กฎการบริหารความเสี่ยง: สิ่งที่ต้องตัดสินใจก่อนส่งคำสั่งทุกครั้ง
ทุกอย่างในบทเรียนนี้ต้องตัดสินใจก่อนกดปุ่ม ไม่ใช่หลังราคาเดินไปแล้ว
ทำไมกฎต้องเขียนไว้ล่วงหน้า
เมื่อสถานะขาดทุนอยู่ สมองจะหาข้อมูลสนับสนุนการถือต่อ และเมื่อสถานะกำไรอยู่ สมองจะหาข้อมูลสนับสนุนการปิดเร็ว นี่ไม่ใช่ความอ่อนแอส่วนบุคคล แต่เป็นรูปแบบที่เกิดกับคนส่วนใหญ่
กฎที่เขียนไว้ล่วงหน้าคือวิธีเดียวที่จะตัดการตัดสินใจออกจากอารมณ์ในขณะนั้น กฎที่ดีต้องเป็นตัวเลขที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่คำคุณศัพท์ เช่น ไม่ใช่ 'ขาดทุนน้อย' แต่เป็น 'ขาดทุนไม่เกินร้อยละ 1 ของเงินในบัญชี'
กฎห้าข้อ
ข้อที่หนึ่ง จำกัดความเสี่ยงต่อครั้งไว้ที่ร้อยละ 1 ของเงินในบัญชี นี่คือเพดาน ไม่ใช่เป้าหมาย ถ้าคุณมี 5,000 ดอลลาร์ ความเสี่ยงสูงสุดต่อครั้งคือ 50 ดอลลาร์
ข้อที่สอง จำกัดความเสี่ยงรวมของสถานะที่เปิดพร้อมกันไว้ที่ร้อยละ 3 การถือสามสถานะที่สัมพันธ์กันสูงไม่ใช่การกระจายความเสี่ยง แต่คือความเสี่ยงเดียวกันสามเท่า
ข้อที่สาม กำหนด drawdown สูงสุดที่ยอมรับได้ก่อนหยุดพัก ตัวอย่างเช่น หยุดเมื่อบัญชีลดลงร้อยละ 15 จากจุดสูงสุด แล้วทบทวนบันทึกก่อนกลับมาเทรด
ข้อที่สี่ กำหนดจำนวนครั้งที่ขาดทุนติดกันซึ่งจะทำให้หยุด ตัวอย่างเช่น ขาดทุนติดกัน 3 ครั้ง ให้หยุดหนึ่งวัน นี่คือมาตรการป้องกันการไล่เอาคืน
ข้อที่ห้า กำหนดขนาดสถานะสูงสุดเป็นจำนวนล็อต ไม่ใช่แค่เปอร์เซ็นต์ เพื่อไม่ให้สถานะเดียวมีมาร์จิ้นกินพื้นที่ทั้งหมด
ตัวอย่างการคำนวณครบวงจร
บัญชี 6,000 ดอลลาร์ กฎข้อที่หนึ่งให้ความเสี่ยงต่อครั้ง 60 ดอลลาร์ คุณต้องการซื้อ EUR/USD ที่ 1.1151 โดยวางคำสั่งตัดขาดทุนที่ 1.1111 ซึ่งห่าง 40 พิป
- มูลค่าพิปต่อหนึ่งล็อตมาตรฐาน = 10 ดอลลาร์
- ขนาดสถานะ = 60 / (40 x 10) = 0.15 ล็อต
- มาร์จิ้นที่ต้องใช้ที่เลเวอเรจ 1:100 = 0.15 x 111,510 / 100 = 167 ดอลลาร์
- มาร์จิ้นอิสระคงเหลือ = 6,000 - 167 = 5,833 ดอลลาร์
สังเกตว่ามาร์จิ้นที่ใช้ไปเป็นเพียง 167 ดอลลาร์ ขณะที่ความเสี่ยงที่แท้จริงคือ 60 ดอลลาร์ ตัวเลขที่ต้องสนใจคือ 60 ไม่ใช่ 167 เพราะ 60 คือจำนวนเงินที่จะหายไปถ้าคำสั่งตัดขาดทุนทำงาน
ความสัมพันธ์ระหว่างสถานะที่สัมพันธ์กัน
การซื้อ EUR/USD และการขาย USD/CHF พร้อมกันไม่ได้กระจายความเสี่ยง เพราะทั้งสองสถานะเดิมพันกับการอ่อนค่าของดอลลาร์เหมือนกัน
ก่อนเปิดสถานะที่สอง ให้ถามว่าถ้าสถานะแรกขาดทุน สถานะที่สองจะขาดทุนด้วยหรือไม่ ถ้าคำตอบคือใช่ ให้รวมสองสถานะเป็นความเสี่ยงเดียวและนับรวมในเพดานร้อยละ 3
วิธีตรวจที่ใช้ได้จริงคือ ดูว่าสกุลเงินที่คุณกำลังเดิมพันซ้ำมีตัวใด ถ้าคุณมีสถานะที่ขายดอลลาร์อยู่แล้วสามสถานะ คุณไม่ได้กระจายความเสี่ยง คุณกำลังเพิ่มขนาด
สิ่งที่กฎทำไม่ได้
กฎไม่ได้เพิ่มอัตราการชนะ ไม่ได้ทำให้วิเคราะห์เก่งขึ้น และไม่ได้ป้องกันการขาดทุน
สิ่งที่กฎทำได้คือ จำกัดขนาดของความเสียหายให้อยู่ในระดับที่คุณยังเล่นต่อได้เมื่อระบบของคุณทำงานถูกต้อง และทำให้คุณอยู่รอดได้นานพอที่จะรู้ว่าระบบของคุณได้เปรียบจริงหรือไม่
การขาดทุนเป็นต้นทุนของการทำธุรกิจนี้ เป้าหมายไม่ใช่การไม่มีขาดทุน แต่เป็นการทำให้ขาดทุนแต่ละครั้งเล็กจนไม่มีครั้งใดทำลายบัญชี
สรุปบทเรียนและการตรวจสอบตนเอง
- กฎต้องเป็นตัวเลขที่ตรวจสอบได้ และต้องเขียนไว้ก่อนเปิดสถานะ
- ความเสี่ยงต่อครั้งไม่เกินร้อยละ 1 ความเสี่ยงรวมไม่เกินร้อยละ 3
- ขนาดสถานะคำนวณจากความเสี่ยงที่ยอมรับได้หารด้วยระยะคำสั่งตัดขาดทุนคูณมูลค่าพิป
- สถานะที่เดิมพันสกุลเงินเดียวกันต้องนับรวมเป็นความเสี่ยงเดียว
การตรวจสอบตนเอง: ① บัญชี 10,000 ดอลลาร์ ซื้อ GBP/USD โดยวางคำสั่งตัดขาดทุนห่าง 50 พิป ขนาดสถานะตามกฎร้อยละ 1 คือเท่าไร ② ทำไมการซื้อ EUR/USD และขาย USD/CHF พร้อมกันจึงไม่ใช่การกระจายความเสี่ยง